My Community
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*
ข่าว : ขณะนี้ทางเราได้แก้ไขเรื่องการแนบไฟล์แล้วครับสามารถแนบไฟล์ได้ตามปรกติ 12 ธันวาคม 2017, 15:23:42
+  My Community
|-+  Gold Forum
| |-+  ทิศทางราคาทองคำ (ผู้ดูแล: nongdum)
| | |-+  ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง
การค้นหาขั้นสูง
  0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า 1 ... 105 106 107 108 109 ... 134 ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อติดหมุด หัวข้อ: ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง  (อ่าน 1208107 ครั้ง)
ตอบ #1590
« เมื่อ: 02 มกราคม 2012, 23:07:09 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

วันที่ 2 มกราคม 2555 12:46
ฟันธงปี 2012 ทองคำ "รุ่ง" กว่าน้ำมัน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
สรวิส อิ่มบำรุง สำรวจความเห็นผู้จัดการกองทุน ฟันธงล่วงหน้าปี 2012 "ทองคำ"รุ่งกว่า"น้ำมัน"
 "ทองคำ" และ "น้ำมัน" ในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจโลกนั้น ถือเป็นการลงทุนทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างมาก ราคาวิ่งแรงแปลงร่างเป็นกระทิงวิ่งไล่กันเป็นว่าเล่น แต่ภาพหลังวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา กลับเปลี่ยนไปพอสมควร ในขณะที่ทองคำราคายังคงเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง แต่น้ำมันดูจะลดบทบาทและความน่าสนใจในแง่ของการลงทุนไปค่อนข้างมาก สะท้อนผ่านภาพของ “กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์” ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยเอง ที่พบว่ากว่า 90% ของกองทุนประเภทนี้ เป็น “กองทุนทองคำ” เป็นหลัก ที่เหลืออีก 10% เป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นรวมทั้งน้ำมันด้วย
 

ในปี 2012 นั้น การลงทุนในทองคำหรือน้ำมัน จะยังคงน่าสนใจหรือไม่ แล้วอะไรที่น่าสนใจกว่ากัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ “กรวุฒิ ลีนะบรรจง” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ยูโอบี (ไทย) มองว่า ในมุมมองของยูโอบียังมองทองคำมีแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) อยู่ โดยมีเป้าหมายในปี 2012 ที่ประมาณ 1,900 - 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แม้ในช่วงปลายปี 2011 ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาซึ่งเป็นผลกระทบในเชิงลบจากปัญหาหนี้ในยุโรปทำให้ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวตามเงินสกุลยูโรเป็นหลัก และทำให้นักลงทุนต่างมองตลาดทองคำในเชิงลบและทำให้ราคาปรับลงมาทดสอบแนวเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่บริเวณ 1,560 - 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น ราคาทองคำไม่เคยหลุดแนวเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ลงมาเลย ถือเป็นแนวราคาที่แข็งแกร่งของทองคำหากมองทางเทคนิค

ทั้งที่ด้วยพื้นฐานของทองคำเองไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ที่สำคัญดีมานด์การลงทุนในทองคำ กลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นการปรับลงของราคาทองคำจึงน่าจะเป็นการ “ปรับฐาน” ในระยะสั้นเท่านั้น แต่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้นอยู่

“แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาแล้วก็ตามแต่ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าสินทรัพย์อื่นในปี 2554 ที่ผ่านมา หากมองแนวโน้มแล้วธนาคารกลางทั่วโลกก็ยังจะคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง สหรัฐเองด้วยเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเชิงผ่อนคลาย (QE-3) ดังนั้น ทองคำก็ยังจะเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอยู่ในระยะกลางถึงยาว" 

โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาทองคำยังอ่อนตัวอยู่แล้วถือไปรอขายที่เป้าหมายจะดีกว่า ส่วนการลงทุนในน้ำมันนั้น ยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับทองคำ โดยมองว่าราคาเฉลี่ยในปี 2555 จะไม่เกินระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และโอกาสที่จะเห็นราคาน้ำมันวิ่งแรงๆ เหมือนช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังดีก็ไม่ได้ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดีมานด์ความต้องการใช้แม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากเหมือนช่วงที่เศรษฐกิจดีแน่นอน

เช่นเดียวกับ “วีระ วุฒิคงศิริกูล” รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย ที่มองว่า ในปี 2012 นั้น การลงทุนในทองคำยังน่าสนใจกว่าน้ำมัน แม้ในไทยเพิ่งจะมองทองคำเป็น “สินทรัพย์การลงทุน” เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ในต่างประเทศมีการลงทุนในทองคำมานานแล้ว ในอดีตธนาคารกลางทั่วโลกเคยใช้เงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรเป็นทุนสำรอง แต่เมื่อ 2 ภูมิภาคนี้มีปัญหาก็มีแนวโน้มที่จะลดการถือครองเงิน 2 สกุลนี้ลงโดยเฉพาะยูโรแล้วหันมาถือทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาวที่สำคัญเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีนักลงทุนหันมาสนใจลงทุนในทองคำเพิ่มมากขึ้น ด้วยมุมมองของนักลงทุนที่แตกต่างกันก็จะทำให้ราคาทองคำเองมี “ความผันผวนมากขึ้น” ด้วย โดยบริษัทมองราคาทองคำในปี 2012 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ในส่วนของน้ำมันเองนั้น หลังจากที่ราคาปรับตัวลงอย่างแรงจากที่เคยมองว่าราคาจะไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แล้วปรับตัวลงเหลือ 33  ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2008 นั้น หากมองการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจะพบว่ามีการขยับปรับฐานราคาขึ้นมาโดยตลอด โดยในปี 2009 ขยับมาอยู่ในกรอบ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2553 อยู่ที่ 70-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2554  ขยับมาอยู่ที่ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และในปี 2555 คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 90-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

“แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาแม้จะปรับตัวขึ้น แต่ความน่าสนใจในแง่ของการลงทุนยังถือว่าน้อยกว่าทองคำ เพราะทองคำก็คือทองคำต่างจากน้ำมัน แล้วกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันก็ค่อนข้างแคบในแต่ละปี ถ้าจะทำกำไรก็คงต้องลงทุนในลักษณะของการเล่นรอบไป หรือลงทุนบางส่วนเพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเองไปในลักษณะนั้นมากกว่า แต่ถ้าจะคาดหวังราคาน้ำมันที่จะปรับขึ้นไปสูงๆ เช่นในอดีตคงยาก เพราะหากทั่วโลกปล่อยให้ราคาน้ำมันสูงก็จะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกด้วยเช่นกัน และที่ผ่านมาดีมานด์การใช้น้ำมันไม่ได้ลดลงเพียงแต่ไม่ได้มากเช่นในอดีตที่เศรษฐกิจโลกยังเติบโตดีอยู่เท่านั้นเอง”

ในขณะที่ “สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล” นักวิเคราะห์กองทุนรวม บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) บอกว่า ภาพในระยะสั้นของทองคำและน้ำมันดูไม่ดีนักหลังจากหลุดแนวโน้มขาขึ้นลงมา โดยทองคำต้องลุ้นฝ่าแนวต้านระยะสั้นที่ระดับ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขึ้นมาให้ได้อีกครั้ง จากปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศทำให้ภาพทองคำและน้ำมันในระยะสั้นๆ ถึงช่วงต้นปีหน้ายังดูไม่น่าสนใจมากนัก แต่ถ้ามองภาพในระยะกลางถึงยาวหากราคาปรับตัวลงมาแรงก็เป็นจังหวะในการเข้าซื้อลงทุนได้เช่นกัน เช่นเดียวกับน้ำมันที่ในระยะสั้นก็ยังดูไม่ดีและในปี 2012 มองกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 80-100/120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามด้วยพื้นฐานของน้ำมันเองซึ่งภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอนั้น หากราคาขยับขึ้นมาเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก็ถือเป็นจังหวะในการขายทำกำไรเพื่อไปรอรับใหม่บริเวณแนวรับ เป็นการลงทุนในลักษณะของการ “เล่นรอบ” ตามกรอบแนวรับแนวต้านไป

“ส่วนทองคำในระยะสั้นต่อเนื่องถึงช่วงต้นปีราคายังอยู่ในการปรับฐาน ความน่าสนใจลงทุนมีไม่มากนักลงทุนอาจจะรอจังหวะเพื่อเข้าลงทุนในรอบใหม่อีกครั้งก่อนก็ได้ เว้นแต่จะเป็นนักลงทุนระยะกลางถึงยาวอาจจะทยอยซื้อสะสมได้ในช่วงราคาที่ต่ำได้”

ในมุมมองของ “ผู้จัดการกองทุน” ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในทองคำมากกว่าน้ำมันในปี 2012 นี้ โดย “สินค้าโภคภัณฑ์” นี้ หากผสมในพอร์ตจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้กับนักลงทุนได้ ไม่มากก็น้อย

บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1591
« เมื่อ: 02 มกราคม 2012, 23:47:56 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

วันที่ 2 มกราคม 2555 18:13
กูรูพลังงานคาดราคาน้ำมันปีนี้ทะลุ 100 ดอลลาร์

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานคาดการณ์ ราคาน้ำมันปีนี้ยังทรงตัวสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหตุปัญหาอิหร่านและวิกฤติหนี้ยุโรป
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในปี 2555 ว่า ราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากกว่าปี 2554 จากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เป็นตัวกำหนดให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ

ทั้งนี้  ช่วงครึ่งปีแรก วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป ยังไม่คลี่คลาย และมีแนวโน้มที่อาจตกต่ำกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่วนจีนและอินเดีย ที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากในหลายปีที่ผ่านมา การเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำมันที่ลดลง

สอดคล้องกับข้อมูลของฝ่ายบริหารความเสี่ยงราคาและวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ได้ปรับลดอัตราการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2555 จากเดิม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ ลดลง 100,000 บาร์เรลต่อวัน

ส่วนราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปี 2555 จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  น้ำมันดิบตลาดดูไบจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 105-106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  น้ำมันดิบตลาดเบรนท์ทะเลเหนือ  ของอังกฤษจะเคลื่อนไหวอยู่ ที่ 110-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  น้ำมันดิบตลาดเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยเสี่ยง  ที่อาจทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหภาพยุโรป (อียู) กับ ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ คือ ประเทศอิหร่าน หากสหภาพยุโรปตัดสินใจคว่ำบาตรอิหร่าน อิหร่าน อาจตัดสินใจตอบโต้ ด้วยการปิดช่องแคบเฮอร์มุส เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกมีความยาวตั้งแต่บริเวณอ่าวโอมาน  จนถึงอ่าวเอเดน

มีปริมาณขนส่งน้ำมันดิบทางเรือผ่านช่องแคบนี้ ประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากมีการปิดช่องแคบนี้ จะทำให้การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางไปประเทศต่างๆ ทั่วโลกเกิดปัญหาทันที รวมทั้ง ต้องจับตาท่าทีของประเทศซาอุดีอาระเบียว่า  จะร่วมกับอิหร่านในการงดการส่งน้ำมันให้สหภาพยุโรปด้วยหรือไม่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ความต้องการน้ำมันตึงตัว และเป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงได้
บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1592
« เมื่อ: 04 มกราคม 2012, 17:30:10 »
ต้นหญ้า. ออฟไลน์
Newbie
*
{**..ความง่าย..อยู่ที่ปาก..ความยาก..อยู่ที่ทำ..**} กระทู้: 462

ดูรายละเอียด

สวัสดีปีใหม่ค่ะ เฮียนายห้างฯ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลข่าวสารด้วยค่ะ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

..ขอบคุณ..ความทุกข์..ที่ทำ..ให้รู้ว่า..ความสุข..มีค่า..แค่ไหน..
                                 
 
ตอบ #1593
« เมื่อ: 05 มกราคม 2012, 08:28:04 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

สวัสดีปีใหม่ ครับ
ราคาทองพุ่งแรง แต่ยังไม่สะใจชาวดอยนักเลย ใช่ไหมครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: วิตกสถาน​การณ์อิหร่าน,ยุ​โรป หนุนทองปิดพุ่ง $12.2
ข่าวต่างประ​เทศ สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2555 07:04:57 น.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น​เมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) ​ซึ่ง​เป็น​การปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วัน​ทำ​การ ​เนื่องจากกระ​แส​ความวิตกกังวล​เกี่ยวกับสถาน​การณ์​ในอิหร่าน​และวิกฤตหนี้ยุ​โรป ยังคง​เป็น​แรงผลักดัน​ให้นักลงทุน​เข้าซื้อทองคำ​เพื่อ​ความปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบ​เดือนก.พ.พุ่งขึ้น 12.2 ดอลลาร์ ​หรือ 0.76% ปิดที่ 1,612.7 ดอลลาร์/ออนซ์ ​ซึ่ง​เป็นระดับสูงสุดนับตั้ง​แต่วันที่ 21 ธ.ค.​เป็นต้นมา หลังจาก​เคลื่อนตัว​ในช่วง 1612.7 - 1600.2 ดอลลาร์

สัญญา​โลหะ​เงินส่งมอบ​เดือนมี.ค.ลดลง 47.5 ​เซนต์ ปิดที่ 29.097 ดอลลาร์/ออนซ์ ​และสัญญา​โลหะทอง​แดงส่งมอบ​เดือนมี.ค.ลดลง 9.4 ​เซนต์ ปิดที่ 3.4345 ดอลลาร์/ปอนด์

ส่วนสัญญาพัลลา​เดียมส่งมอบ​เดือนมี.ค.ร่วงลง 9.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 653.55 ดอลลาร์/ออนซ์ ​และสัญญาพลาตินัมส่งมอบ​เดือน​เม.ย.ร่วงลง 6.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,426.30 ดอลลาร์/ออนซ์

สำนักข่าวซินหัวรายงาน​โดยอ้าง​ความคิด​เห็นของนักวิ​เคราะห์​ในตลาดว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทองคำ​ได้กลับมา​เคลื่อน​ไหว​ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ​ในฐานะ​แหล่ง​การลงทุนที่ปลอดภัย ​เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวล​เกี่ยวกับสถาน​การณ์ของอิหร่าน รวม​ทั้ง​แนว​โน้ม​เศรษฐกิจ​โลก ​และวิกฤตหนี้ยุ​โรป ​ซึ่งปัจจัย​เหล่านี้ล้วน​แล้ว​แต่กระตุ้น​ให้นักลงทุน​เข้าซื้อทองคำอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยัง​ได้​แรงหนุนจากสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ที่​เคลื่อน​ไหวอยู่​เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์​เรล ​เนื่องจากอิหร่านยังคงท้าทายอำนาจของชาติตะวันตกที่ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน​เมื่อ​ไม่นานมานี้ ​และอิหร่านยัง​ได้ประกาศ​ความสำ​เร็จ​ใน​การผลิต​และทดสอบ​แท่ง​เชื้อ​เพลิงนิว​เคลียร์ด้วย

สัญญาทองคำ​ได้​แรงหนุนมากขึ้นหลังจากกองทุน​การ​เงินระหว่างประ​เทศ (​ไอ​เอ็ม​เอฟ) รายงานว่า ธนาคารกลางของประ​เทศต่างๆ ​เข้าซื้อทอง​เกือบ 350 ตัน​ในช่วง 11 ​เดือน​แรกของปี 2554 ​ซึ่งข้อมูลดังกล่าว​ทำ​ให้นักลงทุนคาด​การณ์ว่า ธนาคารกลางทั่ว​โลกจะยังคง​เข้าซื้อทองคำอย่างต่อ​เนื่อง​ในปี 2555

--อิน​โฟ​เควสท์ ​แปล​และ​เรียบ​เรียง​โดย รัตนา พงศ์ทวิช
บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1594
« เมื่อ: 05 มกราคม 2012, 21:51:30 »
luck ออฟไลน์
Newbie
*
กระทู้: 269

ดูรายละเอียด

ขอบคุณนายห้างมากค่ะ 
รักษาสุขภาพนะคะ
บันทึกการเข้า
 
ตอบ #1595
« เมื่อ: 06 มกราคม 2012, 09:10:35 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

ขอบคุณ คุณ Luck มากครับ

ทองตลาดโลกพุ่งอีก7เหรียญ น้ำมันดิบลดเหลือ101เหรียญ หุ้นสหรัฐลบ2จุด

วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 06:49:52 น.

Share
   

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ม.ค.55) ดัชนีปรับลดลงเล็กน้อย โดยตลาดยังกังวลเกี่ยวปัญหาหนี้ยุโรป หลังต้นทุนการกู้ยืมของฝรั่งเศสปรับตัวสูงขึ้นในการประมูลขายพันธบัตรเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้ปัจจัยบวกข้อมูลด้านแรงงานและภาคบริการที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนธ.ค.2554ในวันศุกร์นี้(ตามเวลาในสหรัฐ)

 

 

หลังปิดตลาดดาวโจนส์ปรับลดลง 2.72 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ระดับ 12,415.70 จุด ดัชนี เอส แอนด์ พี 500 บวก 3.76 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 1,281.06 จุด และแนสแดคบวก 21.50 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ระดับ 2,669.86 จุด

 

 

ด้านราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก(NYMEX) แม้จะปรับลดลง แต่ก็ยังยืนเหนือ100ดอลลาร์/บาร์เรล  หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ออกมาเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.พ.ปรับลดลง 1.41 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ระดับ 101.81 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

 

ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดนิวยอร์ก(COMEX) เพิ่มขึ้นติดกัน 5 วันทำการแล้ว ล่าสุดราคาส่งมอบเดือนก.พ.ปรับเพิ่มขึ้นอีก 7.40 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดตลาดที่ระดับ 1,620.1 ดอลลาร์/ออนซ์
บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1596
« เมื่อ: 06 มกราคม 2012, 09:24:28 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

ราคาทองคำ

โดย : กนกนภา เพิ่มบุญพา

ปีนี้ ราคาโภคภัณฑ์ประเภทโลหะมีค่า มีแนวโน้มที่จะไต่ระดับไปเรื่อยๆ
      เพราะแค่เริ่มต้นซื้อขายวันแรก หลังจากปิดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ราคาทองคำที่ ตลาดล่วงหน้าสหรัฐ ก็ทะยานขึ้นไป 2.2% ปิดที่ราคา 1,600.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแรงหนุนจากข่าวดีทางเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน ทำให้นักลงทุนในตลาดทองคำมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

                วันต่อมา ราคาทองคำ ก็ยังคงบวกขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากนักลงทุนมองว่า ความต้องการลงทุนในทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อสหภาพยุโรป (อียู)  ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะคว่ำบาตรรอบใหม่อิหร่านแน่นอน โดยเฉพาะคว่ำบาตรการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารกลางอิหร่านและไม่นำเข้า น้ำมันจากอิหร่าน โดยที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอียู จะสรุปเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มกราคมที่จะถึงนี้

     ปัจจัยดังกล่าว  ส่งผลให้สัญญาซื้อขายทองคำ ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ขยับขึ้น 0.8% ปิดที่ราคา 1,612.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทันที

      ส่วนนักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป อิงค์ ออกมาให้ความเห็นว่า ราคาทองคำ อาจจะทะยานขึ้นไปถึง 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีนี้ คำทำนายนี้หลายคนอาจมองว่า "เว่อร์" เกินไป แต่หลายคนมองว่า มีความเป็นไปได้ เมื่อเทียบกับการที่ราคาทองคำ เคยทำสถิติทะยานขึ้นไปแตะ 1,923.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ปีที่แล้ว

  และนับจากนั้นจนถึงวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ราคาทองก็ดิ่งลงมาเกือบ 20% สู่ 1,590 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เพราะวิกฤติหนี้ยูโรโซน ที่ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และลดความน่าดึงดูดของทองในฐานะสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะในสายตาของกลุ่มกองทุนและนักลงทุนรายย่อย

    แถมเมื่อมีประเด็นร้อนๆ ในอ่าวเปอร์เซีย มาเป็นตัวหนุน  ยิ่งทำให้ทองคำ เป็นที่ต้องการของนักลงทุนมากขึ้น

   อีกปัจจัย ที่ช่วยหนุนราคาทองคำให้ ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ การที่ประเทศต่างๆ ซื้อทองคำไปเก็บสำรองไว้มากขึ้น ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยว่า ปริมาณการถือครองทองคำของแต่ละประเทศ นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 อยู่ที่ 343.63 ตัน ในจำนวนนี้ รวมถึงปริมาณการถือครองทองคำปริมาณ 41 ตัน เพื่อเก็บไว้ในคลังสำรองของตุรกี

     ตุรกี ปรับเพิ่มปริมาณทองสำรองสูงขึ้นเกือบ 63 ตันในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนถือเป็นการปรับเพิ่มครั้งแรกของตุรกีนับ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2541 โดยตุรกีเป็นประเทศที่บริโภคทองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก

                 เท่านั้นยังไม่พอ ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว ทอง ซึ่งเป็นโลหะมีค่ายอดฮิต ในความรู้สึกของชาวจีนทั่วโลก ย่อมเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และหากพูดถึงระดับผู้ปกครอง รัฐบาลจีนเอง ก็เป็นผู้สะสมทองคำไม่เป็นสองรองใคร เช่นเดียวกับ อินเดีย ที่ถือครองทองคำในปริมาณสูงเช่นกัน เมื่อเทียบกับดอลลาร์แล้ว ทิ้งห่างกันลิบลับ (โดยเฉพาะช่วงนี้) เพราะดูจะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด

      เป็นเรื่องน่าคิดว่า หากราคาทองคำในตลาดโลก ทะยานขึ้นไปแตะออนซ์ละ 2,400 ดอลลาร์จริง ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซิตี้กรุ๊ป  ราคาทองคำบ้านเรา  ก็มีสิทธิไต่ขึ้นไปทะลุ 30,000 บาทต่อทองคำแท่งหนัก 1 บาท ได้ไม่ยาก


กรุงเทพธุรกิจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มกราคม 2012, 09:34:23 โดย ห้างทองน่ำเชียง » บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1597
« เมื่อ: 06 มกราคม 2012, 09:40:43 »
nong lek ออฟไลน์
Newbie
*
กระทู้: 880

ดูรายละเอียด

ขอบคุณข่าวค่ะ เฮียนายห้าง  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
 
ตอบ #1598
« เมื่อ: 07 มกราคม 2012, 09:19:07 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

หน้าแรก > การเงิน-ลงทุน > lead 
  [ ฉบับที่ 1264 ประจำวันที่ 7-1-2012  ถึง 10-1-2012 ]

หุ้น-ทองคำสินทรัพย์เด็ดปี2555

ในปีที่ผ่านมาสินทรัพย์ที่ร้อนแรง คงหนีไม่พ้น “ทองคำ” ที่ส่งผลทำให้เกิดกระแสตื่นทองกันเลยทีเดียว โดยในปีมังกรทอง 2555 นี้ สินทรัพย์ ที่โดดเด่นก็คงหนีไม่พ้น “ทองคำ” และหุ้น แม้ว่าระยะสั้นจะมีความผันผวนระหว่างทางบ้าง แต่ทว่าระยะยาวผลตอบแทนของทั้งสองสินทรัพย์ก็ทำให้นักลงทุนยิ้มได้เสมอ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนยังมองว่า ปัญหาหนี้ยุโรป และเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ชัดเจนยังเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน แต่ระบุ “หุ้น” ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2555 น่าจะเติบโตใกล้เคียงปี 2554 โดยปัญหาหนี้สาธาณะในกลุ่มประเทศยุโรปที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และต้องติดตามว่าปัญหาดังกล่าวจะลุกลามไปสู่สถาบันการเงินหรือไม่ โดยคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปในปี 55 จะเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังขยายตัวได้ดี แม้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาในยุโรปบ้าง แต่ยังได้รับแรงกระตุ้นจากความต้องการบริโภคภายในประเทศ

ทั้งนี้ เชื่อว่าในระยะสั้นกลุ่มสหภาพ ยุโรปยังไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ ได้ ซึ่งปัจจัยนี้จะกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งไทยในปี 55 มีความผันผวนสูง โอกาสในการสร้างผลตอบแทนมีจำกัดกว่าปีที่ผ่านมา แต่หุ้นก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่การลงทุนน่าสนใจ เนื่องจากราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ เกิดใหม่ ขณะที่ตลาดตราสารหนี้โลกในปี 2555 มีแนวโน้มผันผวนเช่นกัน เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงในปีที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ผลตอบแทนการลงทุนไม่สูงเท่าปี 2554

นางสาวโสภาวดีกล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนของ กบข. ในปีนี้จะยังต้องติดตามปัญหาหนี้สาธารณะ ในกลุ่มประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหาจังหวะกลับเข้าลงทุนในหุ้น หากปัญหาหนี้ในกลุ่มสหภาพยุโรปมีสัญญาณการแก้ไขปัญหาเชิงบวกที่ชัดเจน โดยหุ้นในตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย เป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว และราคาถูกกว่าปัจจัยฟื้นฐาน รวมทั้งมีอัตราเงินปันผลที่สูง

ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้นั้น กบข.เน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ คุณภาพดี พร้อมทั้งเข้าลงทุนในสินทรัพย์ ใหม่ เช่น อสังหาริมทรัพย์โลก โครงสร้าง พื้นฐาน เป็นต้น เพื่อกระจายความเสี่ยงของการลงทุน และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

เลขาธิการกบข. ยังกล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ว่า ในปีนี้ เศรษฐกิจไทย จะขยายตัวประมาณ 4-4.5% เนื่องจากการใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่เสียหายในช่วงน้ำท่วมและการผลิตเพิ่มเพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่สูญเสียไปของ ภาครัฐจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยช่วงครึ่งแรกของปี 2555 มีโอกาสจะปรับตัวลดลงประมาณ 0.25% จากปัจจุบันที่ 3.25% เพื่อลดภาระต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ

ด้านนายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล Fund SuperMart Analyst บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นักลงทุนหันกลับมาสนใจตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทาง ฝั่งยุโรปยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ในช่วงท้ายปีทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ และหุ้นยุโรป มีลุ้นได้เห็น Santa Claus Rally ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้ อย่างไรก็ตามเรายังไม่สามารถวางใจได้ ขณะที่ความเสี่ยงของปัญหาหนี้ยุโรปยังไม่ได้หายไปไหน และคาดว่าจะกลับมารบกวนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงช่วงต้นปี 2555 ดังนั้น เราจึงมองว่าการเก็งกำไรในช่วงท้ายปี 2554 คงจะไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเท่าไหร่ และนักลงทุนส่วนใหญ่ตอนนี้ต่างรอดูสถานการณ์มากกว่าที่จะเสี่ยง ด้วยเหตุนี้เราจึงยังคงคำแนะนำเดิม ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง และเน้นลงทุนแบบปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า โดยลงทุน PCASH ของ บลจ.ฟิลลิป ซึ่งเป็นกองทุน Money Market Fund ที่เราแนะนำ

“มองว่าหากยังมีกองทุนน้ำมันอยู่ถือเป็นโอกาสที่ดีในการขายทำกำไร สำหรับการลงทุนระยะยาวแนะนำให้รอสะสมเมื่อราคาปรับตัวลดลงแล้วจะดีกว่า โดยมองว่าในปี 2555 มีโอกาสสูงที่จะได้เก็บสะสมสินทรัพย์เสี่ยงราคาถูก”

ทั้งนี้ เรายังคงเน้นให้ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นหลัก อย่างกองทุน ABPAC (Aberdeen Asia Pacific ex Japan) ของ บลจ.อเบอร์ดีน และ T-Global Bond Fund ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศของ บลจ. ธนชาต โดยให้สะสมเมื่อเห็นราคาอ่อนตัว ส่วนกองทุนทองคำแนะนำชะลอการลงทุนแนวโน้มระยะสั้นราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลง ขณะที่การปรับตัวขึ้นมีจำกัด ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงนักลงทุนหันเข้าหาดอลลาร์ สหรัฐแทน อย่างไรก็ตาม เรายังเชื่อว่าปัจจัยปัญหาหนี้ยุโรป เงินเฟ้อ และคาดการณ์มาตรการ QE ของทั้งยุโรป และสหรัฐจะส่งผลดีกับราคาทองคำในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ยุโรปในช่วงปลายปียังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ทำให้ นักลงทุนเริ่มกลับมาสนใจตัวเลขเศรษฐกิจ สหรัฐมากขึ้น หลังจากฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ โดยผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย สู่ 364,000 ราย ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เมษายน 2551 ข้อมูลที่อยู่อาศัยของสหรัฐ อย่างยอดขายบ้านใหม่พุ่งสูงสุดในรอบ 7 เดือน และยอดขายบ้านมือ 2 ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 นี้ คาดว่าจะออกมาไม่ต่ำกว่า 3% ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐดูสดใสมากขึ้น กลบปัจจัยลบอื่นๆ อย่างการปรับประมาณ การการเติบโต (GDP Growth) ในไตรมาส 3/54 ลงเหลือ 1.8% จากประมาณการก่อนหน้าที่ 2% นอกจากนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังช่วยให้ตลาดหุ้นยุโรปดีดกลับเช่นกัน อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของปัญหาหนี้ยุโรปยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใหม่ๆ เข้ามา ในช่วงปลายปีเท่านั้น โดยอัตราผลตอบ แทนพันธบัตรของอิตาลียังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทางด้านดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคิน จำกัด หรือ KK Fund เปิดเผยว่า ในปี 2555 การลงทุนในทองคำยังคงน่าสนใจอยู่หลังจากที่ราคาลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1,545 สหรัฐต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงกลางปี 2554 ก่อนที่ราคาทองคำมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจนไปถึงจุดสูงสุดที่ 1,900 สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาสที่ 3 โดยเป็นผลมาจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และมองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

โดยในช่วงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหว ของราคาทองคำโดนแรงกดดันจากปัญหา หนี้ในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งไม่อาจบรรลุข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง แต่หากสถานการณ์ในยุโรปเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เงินดอลลาร์มีโอกาสที่จะปรับตัวอ่อนค่าลง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาทองคำ ทำให้การลงทุนในทองคำในช่วงระดับราคาใกล้ 1,500 สหรัฐต่อออนซ์มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคตเมื่อราคาทองคำสามารถกลับมายืนอยู่เหนือระดับ 1,745 สหรัฐต่อออนซ์ได้

ทั้งนี้ จากโอกาสการลงทุนดังกล่าว KK Fund จึงมีแผนออกกองทุน KK Target Gold Fund 7% # 1 เป็นกองทุน Target Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน ของกองทุนรวมทองคำ ETF หลายกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายการลงทุนมุ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ

โดย KK Fund จะบริหารกองทุน KK Target Gold Fund 7% # 1 แบบ Active ผู้จัดการกองทุนจะจับจังหวะการปรับตัวของราคาทองคำเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดี และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยกลยุทธ์ Dynamic Hedging หากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ไม่น้อยกว่า 7% ของเงินลงทุน ภายใน 7 เดือนแรกโดยมีมูลค่าหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 10.85 บาทและเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุน บริษัทจะดำเนินการเลิกกองทุนทันที และคืนเงินต้นพร้อม ผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 7% ของเงินลงทุนแก่ผู้ลงทุน

ดร.ศุภกร กล่าวว่า ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในทองคำ และเห็นโอกาสในการลงทุนในช่วงนี้ รวมทั้งกระจายความเสี่ยง จากการลงทุนในหุ้น หรือมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ แต่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง กองทุนนี้จะตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยในขณะนี้กองทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการขออนุมัติจัดตั้งกับสำนักงาน ก.ล.ต. และมีแผนที่จะการเสนอขายครั้งแรกประมาณวันที่ 17-26 มกราคม 2555 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

http://www.siamturak...ws_id=413357204
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มกราคม 2012, 09:21:08 โดย ห้างทองน่ำเชียง » บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1599
« เมื่อ: 12 มกราคม 2012, 09:29:54 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

ยู​โรร่วงหนัก หวั่นวิกฤตหนี้ฉุด​เศรษฐกิจยุ​โรปถดถอย
ข่าวต่างประ​เทศ สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555 07:19:17 น.

สกุล​เงินยู​โรร่วงลง​แตะระดับต่ำสุด​ในรอบ 16 ​เดือน​เมื่อ​เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ​ใน​การซื้อขายที่ตลาดปริวรรต​เงินตรานิวยอร์ก​เมื่อคืนนี้ (11 ม.ค.) ​เนื่องจาก​ความวิตกกังวล​เกี่ยวกับทิศทางของ​เศรษฐกิจยุ​โรป หลังจากฟิทช์ ​เรทติ้งส์ ส่งสัญญาณ​เตือนว่า สกุล​เงินยู​โรอาจ​ถึงคราวล่มสลายหากธนาคารกลางยุ​โรป (อีซีบี) ​ไม่​เดินหน้า​โครง​การซื้อพันธบัตรของประ​เทศ​ในกลุ่มยู​โร​โซน

ค่า​เงินยู​โรร่วงลง 0.54% ​แตะที่ 1.2703 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2772 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่า​เงินปอนด์ร่วงลง 1.03% ​แตะที่ 1.5320 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5479 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่า​เงิน​เงินดอลลาร์สหรัฐขยับขึ้น 0.07% ​เมื่อ​เทียบกับ​เงิน​เยนที่ระดับ 76.880 ​เยน จากระดับ 76.830 ​เยน ​และพุ่งขึ้น 0.53% ​เมื่อ​เทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9543 ฟรังค์ จากระดับ 0.9493 ฟรังค์

ค่า​เงินดอลลาร์ออส​เตร​เลียอ่อนตัวลง 0.03% ​แตะที่ 1.0305 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0308 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ ​และค่า​เงินดอลลาร์นิวซี​แลนด์พุ่งขึ้น 0.38% ​แตะที่ 0.7961 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7931 ดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สกุล​เงินยู​โรร่วงลงหลังจากนาย​เดวิด ​ไรลีย์ หัวหน้าฝ่ายจัดอันดับ​เครดิตของฟิทช์ ​เรทติงส์ กล่าวว่า อีซีบีควรจะ​เข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลยู​โร​โซนมากขึ้น ​เพื่อปกป้องอิตาลีจาก​การผิดนัดชำระหนี้ ​และ​เพื่อป้องกัน​ไม่​ให้สกุล​เงินยู​โรต้องล่มสลาย ​ซึ่ง​การ​แสดง​ความคิด​เห็นดังกล่าว​ทำ​ให้ตลาดวิตกกังวล​เกี่ยวกับทิศทางของยู​โร​โซน ​และยังสร้าง​แรงกดดันอย่างหนัก​ให้กับสกุล​เงินยู​โร​เมื่อคืนนี้ด้วย

คณะกรรม​การกำหนดน​โยบาย​การ​เงินของอีซีบีจะจัดประชุม​ในช่วง​เย็นวันพฤหัสบดีตาม​เวลา​ไทย ขณะที่นักวิ​เคราะห์คาดว่า อีซีบีอาจจะลดอัตราดอก​เบี้ย​ใน​การประชุมครั้งนี้ ​เพื่อกระตุ้น​การฟื้นตัวของ​เศรษฐกิจยุ​โรป

นอกจากนี้ สกุล​เงินยู​โรยัง​ได้รับ​แรงกดดันจาก​ความวิตกกังวลที่ว่า วิกฤตหนี้สาธารณะอาจจะส่งฉุดรั้ง​เศรษฐกิจยุ​โรป​ให้ถดถอยลง หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภาย​ในประ​เทศ (จีดีพี) ของ​เยอรมนีหดตัวลงราว 0.25% ​ใน​ไตรมาส 4 ​ซึ่ง​ทำ​ให้นักลงทุนกังวลว่า​เศรษฐกิจ​เยอรมนีอาจจะ​เผชิญกับภาวะถดถอย ​แม้จีดีพีตลอดปี 2554 ขยายตัว 3% ​ก็ตาม

ด้านสกุล​เงินดอลลาร์สหรัฐ​ได้​แรงหนุนจากรายงาน Beige Book ​หรือรายงานสรุปภาวะ​เศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (​เฟด) ​ทั้ง 12 ​เขต ว่า กิจกรรมทาง​เศรษฐกิจของสหรัฐ "ขยายตัวปานกลาง" ​ใน​เดือนธ.ค.ปี 2554 ​ซึ่ง​การ​แสดง​ความ​เห็นดังกล่าวช่วย​ให้นักลงทุนมี​ความ​เชื่อมั่นต่อ​แนว​โน้มของ​เศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น

ทาง​การสหรัฐจะ​เปิด​เผยข้อมูล​เศรษฐกิจที่สำคัญ​ในสัปดาห์นี้ รวม​ถึงยอดค้าปลีก​เดือนธ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ​เดือนพ.ย., จำนวน​ผู้ขอรับสวัสดิ​การว่างงานรายสัปดาห์ ​และดัชนี​ความ​เชื่อมั่น​ผู้บริ​โภคช่วงต้น​เดือนม.ค.
--อิน​โฟ​เควสท์ ​แปล​และ​เรียบ​เรียง​โดย รัตนา พงศ์ทวิช ​โทร.02-2535000 ต่อ 327 อี​เมล์: ratana@infoquest.co.th--
บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1600
« เมื่อ: 12 มกราคม 2012, 09:32:47 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

ทองคำปิดบวก-ยูโรร่วงต่ำสุดรอบ16เดือน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดตลาดแดนบวกขานรับข่าวจีนและอินเดียนำเข้าทองคำเพิ่มขึ้นแถมได้แรงหนุนจากแรงซื้อเพื่อชดเชยการทำชอร์ตเซลล์

สัญญา ทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,639.6 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1646.0 - 1636.0 ดอลลาร์

ส่วนสกุลเงินยูโร ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่าฟิทช์ เรทติงส์ อาจจะลดอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ของฝรั่งเศส และฟิทช์เตือนว่า สกุลเงินยูโรอาจถึงคราวล่มสลายหากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่เดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรของประเทศในกลุ่มยูโรโซน

ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.54% แตะที่ 1.2703 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2772 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลง 1.03% แตะที่ 1.5320 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5479 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินเงินดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้น 0.07% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 76.880 เยน จากระดับ 76.830 เยน และพุ่งขึ้น 0.53% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9543 ฟรังค์ จากระดับ 0.9493 ฟรังค์
บันทึกการเข้า

 
ตอบ #1601
« เมื่อ: 12 มกราคม 2012, 10:06:17 »
Unidentified ออฟไลน์
Newbie
*
กระทู้: 66

ดูรายละเอียด

ขอบคุณเฮียนายห้างมากมายค่ะ
บันทึกการเข้า
 
ตอบ #1602
« เมื่อ: 12 มกราคม 2012, 10:10:40 »
nong lek ออฟไลน์
Newbie
*
กระทู้: 880

ดูรายละเอียด

ขอบคุณค่ะ เฮียนายห้าง  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
 
ตอบ #1603
« เมื่อ: 12 มกราคม 2012, 11:39:23 »
ต้นหญ้า. ออฟไลน์
Newbie
*
{**..ความง่าย..อยู่ที่ปาก..ความยาก..อยู่ที่ทำ..**} กระทู้: 462

ดูรายละเอียด

ขอบคุณสำหรับข่าวสารต่างๆ นะคะคะเฮีย  ยิ้ม
ว่าแต่เมื่อไหร่ แบทแมนจะกระพือปีกซะทีคะ รออยู่ค่ะ
รึว่าต้อง 1700 ก่อนคะ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

..ขอบคุณ..ความทุกข์..ที่ทำ..ให้รู้ว่า..ความสุข..มีค่า..แค่ไหน..
                                 
 
ตอบ #1604
« เมื่อ: 13 มกราคม 2012, 09:05:30 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7451

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

Morning เช้าวันศุกร์ 13 ฝันหวาน นะครับ ทุกๆท่าน
เศรษฐกิจต่างประเทศ
วันที่ 13 มกราคม 2555 06:34
ดอลล์อ่อนหนุนราคาทองตลาดโลกปรับตัวขึ้น

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ราคาทองคำในตลาดสหรัฐปิดตลาดขยับขึ้น 0.5% ได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่าและตลาดคาดการณ์ว่าจีนจะผ่อนคลายนโยบายการคลัง

เงินสกุลดอลลาร์อ่อนค่า มากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโร หนุนให้ราคาโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น เพราะนักลงทุนเห็นว่าเป็นแหล่งลงทุนทางเลือก ส่วนสเปน สามารถระดมทุนด้วยการประมูลขายพันธบัตรได้เกือบ 1 หมื่นล้านยูโร หรือ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพันธบัตรเหล่านี้จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2558 และ 2559 โดยอัตราการเสนอซื้อ  มีมากกว่าพันธบัตรที่นำออกจำหน่ายกว่า 2 เท่า บ่งชี้ว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดใหม่ของสเปน จะสามารถควบคุมวิกฤตหนี้ ภายในประเทศได้

ส่วนอัตราเงินเฟ้อของจีนปรับตัวร่วงลงต่ำสุดรอบ 15 เดือน ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า รัฐบาลปักกิ่งจะดำเนินการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ราคาทองคำส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดโคเม็กซ์สหรัฐ  ทะยานขึ้น 0.5% ปิดตลาดที่ราคา 1,647.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์     
บันทึกการเข้า

 
พิมพ์  หน้า 1 ... 105 106 107 108 109 ... 134 ขึ้นบน
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป: