My Community
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*
ข่าว : ขณะนี้ทางเราได้แก้ไขเรื่องการแนบไฟล์แล้วครับสามารถแนบไฟล์ได้ตามปรกติ 20 กันยายน 2014, 00:50:02
+  My Community
|-+  Gold Forum
| |-+  สภาทองคำ (ผู้ดูแล: nongdum)
| | |-+  ราคาเงิน สูงถึง $54 (ไทย บาทละ 360 บาท) ด้วยฝีมือตระกูล HUNT
การค้นหาขั้นสูง
  0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า 1 ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อ: ราคาเงิน สูงถึง $54 (ไทย บาทละ 360 บาท) ด้วยฝีมือตระกูล HUNT  (อ่าน 8436 ครั้ง)
« เมื่อ: 22 ตุลาคม 2008, 22:46:15 »
nongdum ออฟไลน์
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 6437

ดูรายละเอียด อีเมล์

พูดถึงโลหะเงิน ใครๆก็ต้องนึกถึงครอบครับตระกูล HUNT

ในปี 1979 ลูกชายของ patriarch H.L. Hunt,
Nelson Bunker and William Herbert, รวมกับเศรษฐีอาหรับบางคน
ตั้งกลุ่มซื้อโลหะเงิน  ในระยะเวลาอันสั้นได้กวาดซื้อโลหะเงิน 200 ล้านออนซ์
ราวครึ่งหนึ่งที่ส่งมอบได้ของโลกในขณะนั้น

ในปี 1973  ราคาเงิน อยู่ที่  $1.95   
ต้นปี 1979  ราคาอยู่ที่ $5  พอปลายปี 1979/ต้นปี 1980 อยู่ที่ $50
สูงสุดที่ $54  ( ของไทยขึ้นถึง บาทละ 360 บาท )

(เครื่องเงิน 92.5% ของร้านนารายณ์ภันฑ์ ที่ต้นทุนบาทละ 105 บาท แต่ขายรวมค่าแรงบาทละ 200 บาท
ถูกกวาดหมดร้านในช่วงเวลานั้น  -  สต๊อกใหม่ ต้นทุนบาทละ 250 บาท เนื้อเงินราว 60% ขายในราคา
บาทละ 350-400  บาท  คงค้างสต๊อกจนร้านเลิกกิจการไป)

หลังจากที่มีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การซื้อขายและทางการสหรัฐเข้ามาควบคุมดูแล
ราคาโลหะเงินก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว   ในวันที่ 27 มีนาคม 1980 ราคาลดลงถึง 50%
จาก $ 21.62 ไปที่ $ 10.80

พี่น้องตระกูล HUNT ถูกประกาศล้มละลาย ก่อนปี 1987 มีหนี้สิน 2.5 พันล้านดอลลาร์
ในขณะที่มีสินทรัพย์เพียง 1.5 พันล้านดอลลาร์ 
และในปี 1988 ถูกดำเนินคดีในโทษฐานการปั่นราคาตลาด
---------------------------
กร๊าฟราคาเงิน  
http://namchiang.com/smf/index.php?action=dlattach;topic=4254.0;attach=88;image
----------------------
หมายเหตุ  ราคาเงินเม็ด ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ  บาทละ  175-185 บาท
                               $9.85  ต่อ troy  OZ

from
http://www.buyandhold.com/bh/en/education/history/2000/hunt_bros.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ตุลาคม 2008, 23:24:34 โดย nongdum » บันทึกการเข้า
 
ตอบ #1
« เมื่อ: 31 ตุลาคม 2008, 00:55:12 »
nongdum ออฟไลน์
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 6437

ดูรายละเอียด อีเมล์

June 12, 2008
Will the Hunts buy silver again after selling Hunt Petroleum?

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://peterjcooper.files.wordpress.com/2008/06/1019_h8.jpg&imgrefurl=http://arabianmoney.net/2008/06/12/will-the-hunts-buy-silver-again-after-selling-hunt-petroleum/&h=398&w=572&sz=31&hl=th&start=130&um=1&usg=__Wzw3QRBp5jK33tMltsP2EqE91DM=&tbnid=beDVKfp4NZx2LM:&tbnh=93&tbnw=134&prev=/images%3Fq%3D1,000-oz.%2Bsilver%2Bbullion%2Bbars%26start%3D120%26ndsp%3D20%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN


ครอบครัว Hunt  กลับเข้ามาซื้อโลหะเงินอีกไหม ? หลังจากขาย Hunt Petroleum 4.2 พันล้านเหรียญ

After that experience you would have to have a pretty thick skin to try playing the same game again. But history does have a habit of repeating itself, and you have to wonder what investment options are open to a family with $4.2 billion to tuck away in present markets.

แต่ประวัติศาสตร์ค่อนข้างซ้ำรอย 

An inflation adjusted all-time peak silver price would be $120 on simple adjustment to the consumer price index and much higher if related to the money supply increase over 28 years.

หากปรับค่าเงินเฟ้อในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา  ราคาโลหะเงินควรอยู่ที่  $ 120

ระวัง อย่าเผลอ !!!!



ก้อนละ 1 000  oz  --  31.103 กิโลกรัม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ตุลาคม 2008, 00:58:54 โดย nongdum » บันทึกการเข้า
 
ตอบ #2
« เมื่อ: 31 ตุลาคม 2008, 09:03:54 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7013

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์


   
ยุคนั้นร้านทองทุกร้านจำได้ดีครับ

ตัวกระผมยัง Innocent อยู่เลย

เห็นมีแต่คนแบกเงินมาขายให้ทั้งวัน

ซื้อแล้วก็วางเรียงตามพื้นเดี๋ยวก็มีคนมาเอาไปต่อ

วุ่นวายไปหมด...จนกระทั่งวันดิ่งนรก

รู้สึกว่าจะมีคนกำไร...และมีคนขาดทุน...มากเลยครับการปั่นราคาเที่ยวนั้น

แต่คนขาดทุน เพรียบบบบบบบบบ


www.namchiang.com

สมาชิกสมาคมค้าทองคำ

www.goldtraders.or.th

บันทึกการเข้า

 
ตอบ #3
« เมื่อ: 31 ตุลาคม 2008, 12:27:37 »
nongdum ออฟไลน์
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 6437

ดูรายละเอียด อีเมล์

จำได้ว่า ช่วงนั้น พกขวดน้ำกรด-น้ำเกลือ ติดตัวไป

พอถึงร้านเครื่องเงิน  หลังจากสอบถามและคำนวณแล้ว  ก็ซื้อเขามาชิ้นหนึ่ง
นำไขควงเล็กๆมาขุดตรงเนื้อโลหะ  แบบพอหนังถลอกลึกเล็กน้อย
แล้วหยดป้ายน้ำกรดดินประสิวตรงเนื้อโลหะ  จากนั้นก็รอลุ้น   
หยดน้ำเกลือตามไป  หากเป็นฟองขาว หรือไม่มีปฎิกิริยา  ก็แสดงว่าเงินเต็มๆ 95-100 %
เงินสเตอร์ลิง 92.5 % จะเขียวเล็กน้อย  แต่หากชิ้นไหน  เขียว อื๋อ  แบบนี้มีเนื้อเงินน้อย

ชิ้นไหนดี ก็เหมาหมด  ไล่ไปแต่ละอย่าง  ช้อน ซ่อม จาน ชาม  ขัน  สร้อยคอ แหวน จี้ตลับ
กำไลมือ etc..   
พอออกจากร้าน ก็ตรงไปบ้านหม้อ  ขายต่อทันที  ร้านไหนจำไม่ได้แล้วครับ
จำได้ว่า หลังร้านเป็นประตูตู้เซฟใหญ่   ในตู้เซฟ มี ห้องปฎิบัติการ หลอมเครื่องเงิน  ทำกันในนั้น
เจ้าของร้านก็ผมยุ่งหัวฟู  เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเงินช่วงทอง  กำลังบูมสุดๆ

มีขันเงิน 100 %แบบ  40-100  บาท เห็นสวยดี เสียดายไม่ขาย  พอตลาดเงินทรุด  ก็เก็บเข้าตู้ ทำอะไรไม่ได้
รู้อย่างนี้รีบๆขายไปก็ดี...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ตุลาคม 2008, 12:29:08 โดย nongdum » บันทึกการเข้า
 
ตอบ #4
« เมื่อ: 31 ตุลาคม 2008, 19:40:34 »
nongdum ออฟไลน์
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 6437

ดูรายละเอียด อีเมล์

ลงทุนใน โลหะเงิน ก็น่าสนใจเหมือนกับนะครับ

1 อัตราส่วน  ทอง ต่อ เงิน = 80  ซึ่งนับว่าสูงมากจริงๆ
2 ทั่วโลก มีทอง 4000-5000 ล้านออนซ์  ในขณะที่ มีเงินแค่  1000 ล้านออนซ์
ถ้าคิดเป็นตัวเงินแล้ว  ทองทั้งหมดจะมีราคามากกว่าเงิน 320-400  เท่า
--  หากคิดเป็นตัวเงิน ทองราคาเท่ากับ 4,000,000 ล้าน ดอลลาร์
ขณะที่ เงินราคาเท่ากับ  10,000  ล้านดอลลาร์
-------------------


He also notes that the gold/silver ratio is at more than 80, which is "one of the biggest differences in history."

And not only that, but since there are 4 billion to 5 billion ounces of gold in the world versus only 1 billion ounces of silver, that means that "the total dollar value of all the gold in the world is worth 300 to 400 times more than all the silver in the world (80 times 4 or 5)".

In dollars and cents, the dollar value of all the gold in the world is about $4 trillion, while the value of all the silver in the world is but a laughably low $10 billion! Where do YOU think the most profit potential lies? Me, too! Hey! This investing stuff is easy! Whee!

อย่างน้อยก็นำมายกน้ำหนักเล่นเพาะกาย  หรือ
เอาไว้ถ่วงตู้เซฟ  (ปริมาตร ราว 145 เท่าของทอง---  19.1/10.5 คูณด้วย 80)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ตุลาคม 2008, 19:42:55 โดย nongdum » บันทึกการเข้า
 
ตอบ #5
« เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2008, 10:26:37 »
ห้างทองน่ำเชียง ออฟไลน์
ยินดีต้อนรับสู่การลงทุนในทองคำครับ
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 7013

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์

จำได้ว่า ช่วงนั้น พกขวดน้ำกรด-น้ำเกลือ ติดตัวไป

พอถึงร้านเครื่องเงิน  หลังจากสอบถามและคำนวณแล้ว  ก็ซื้อเขามาชิ้นหนึ่ง
นำไขควงเล็กๆมาขุดตรงเนื้อโลหะ  แบบพอหนังถลอกลึกเล็กน้อย
แล้วหยดป้ายน้ำกรดดินประสิวตรงเนื้อโลหะ  จากนั้นก็รอลุ้น   
หยดน้ำเกลือตามไป  หากเป็นฟองขาว หรือไม่มีปฎิกิริยา  ก็แสดงว่าเงินเต็มๆ 95-100 %
เงินสเตอร์ลิง 92.5 % จะเขียวเล็กน้อย  แต่หากชิ้นไหน  เขียว อื๋อ  แบบนี้มีเนื้อเงินน้อย

ชิ้นไหนดี ก็เหมาหมด  ไล่ไปแต่ละอย่าง  ช้อน ซ่อม จาน ชาม  ขัน  สร้อยคอ แหวน จี้ตลับ
กำไลมือ etc..   
พอออกจากร้าน ก็ตรงไปบ้านหม้อ  ขายต่อทันที  ร้านไหนจำไม่ได้แล้วครับ
จำได้ว่า หลังร้านเป็นประตูตู้เซฟใหญ่   ในตู้เซฟ มี ห้องปฎิบัติการ หลอมเครื่องเงิน  ทำกันในนั้น
เจ้าของร้านก็ผมยุ่งหัวฟู  เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเงินช่วงทอง  กำลังบูมสุดๆ

มีขันเงิน 100 %แบบ  40-100  บาท เห็นสวยดี เสียดายไม่ขาย  พอตลาดเงินทรุด  ก็เก็บเข้าตู้ ทำอะไรไม่ได้
รู้อย่างนี้รีบๆขายไปก็ดี...



คุณ nongdum ไม่ธรรมดาเลยนะครับ สุดยอดเลย



www.namchiang.com

สมาชิกสมาคมค้าทองคำ

www.goldtraders.or.th

บันทึกการเข้า

 
พิมพ์  หน้า 1 ขึ้นบน
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป: