My Community
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*
ข่าว : ขณะนี้ทางเราได้แก้ไขเรื่องการแนบไฟล์แล้วครับสามารถแนบไฟล์ได้ตามปรกติ 10 กันยายน 2010, 04:01:20
+  My Community
|-+  Gold Forum
| |-+  สภาทองคำ (ผู้ดูแล: kampang, umpol, nuadkoong, nongdum, BALL)
| | |-+  แบงก์ชาติรับ พิษพ.ร.บ.มั่นคงฉุดบาทอ่อน
การค้นหาขั้นสูง
  0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า 1 ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อ: แบงก์ชาติรับ พิษพ.ร.บ.มั่นคงฉุดบาทอ่อน  (อ่าน 139 ครั้ง)
« เมื่อ: 10 มีนาคม 2010, 09:17:06 »
admin ออฟไลน์
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 1781
namgold965@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์


วันที่ 10 มีนาคม 2553 00:09
แบงก์ชาติรับ พิษพ.ร.บ.มั่นคงฉุดบาทอ่อน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
แบงก์ชาติ ยอมรับค่าเงินบาทอ่อนจากความกังวลทางการเมือง โดยเฉพาะข่าวการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เผยยังเร็วไปที่จะบอกว่าเงินไหลออกหรือไม่
นางสาววงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยการเมือง โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งเรื่องนี้ทาง ธปท. ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วไปที่จะบอกว่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นผลจากเงินทุนที่ไหลออก เพราะก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเพียงการปรับสถานะเงินตราต่างประเทศ (พอร์ซิชั่น) ของธนาคารพาณิชย์ก็เป็นได้ และถ้าดูใน
ส่วนของผู้ลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นไทยเอง ช่วงนี้ก็ยังมียอดซื้อสุทธิอยู่

"ดูแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ดูใหญ่โต ซึ่งก็ต้องดูสถานการณ์กันต่อไป ส่วนค่าเงินก็ไม่ได้ผันผวนอะไรมากนัก แค่อ่อนตัวลงเล็กน้อยเท่านั้น และปกติก็อยากให้ตลาดปรับตัวเป็นไปตามสถานการณ์ ทำให้มีโอกาสเกิดทูเวย์ คือ มีทั้งคนที่สนใจซื้อและคนที่อยากขาย ในกรณีที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน"


นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของรัฐบาลนั้น อาจทำให้ ธปท. ต้องทบทวนตัวเลขการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศใหม่

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางการเมืองนั้น โดยปกติทาง คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะมีการนำมาประกอบการพิจารณาในที่ประชุมอยู่แล้ว และการประเมินดังกล่าวก็จะดูผลระยะยาว ไม่ได้ประเมินแค่สถานการณ์ระยะสั้น

"การเมืองตอนนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้และก็ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่ายใช้สติ ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้น โดยปกติ กนง. ก็นำมาประกอบการพิจาณาการใช้นโยบายการเงินอยู่แล้ว ซึ่งก็จะมีการคุยเรื่องนี้ในการประชุมวันที่ 10 มีนาคมนี้ด้วย"

อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่ดูแล้วน่าจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากกว่าคือ ปัญหาในโครงการมาบตาพุด เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ มีมูลค่าการลงทุนที่ชัดเจน และการจะลงทุนได้ โครงการต้องมีความชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเองยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้มากนัก

"การเมืองเป็นเรื่องของความรู้สึก มันกระทบต่อความไม่สบายใจของผู้บริโภค ขณะที่ปัญหา มาบตาพุด มันกระทบต่อการลงทุน ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มีเม็ดเงินลงทุนชัดเจน ตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก"


สำหรับปัญหาภัยแล้งนั้น ยอมรับว่าอาจกระทบต่อการเร่งตัวของเงินเฟ้อทั่วไปได้ เพราะเงินเฟ้อทั่วไปมีการนำผลิตผลราคาสินค้าเกษตรมาร่วมในการคำนวณด้วย เพียงแต่เงินเฟ้อตัวนี้ กนง. ไม่ได้นำมาพิจาณาในการปรับใช้นโยบายการเงิน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานนั้นยังไม่พบอุปสงค์ใดที่จะเป็นแรงกดดันให้ปรับขึ้นใน ตอนนี้

ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าดูจากการแถลงตัวเลขในเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่าการส่งออกมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้จะยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยนปีที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขอื่นๆ ก็ปรับตัวดีขึ้น ทั้งในส่วนการบริโภค การจ้างงาน การท่องเที่ยว เป็นต้น


ไทยส่อแววคงดอกเบี้ยต่อไป

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 20 คน พบว่า ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ที่แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะความตึงเครียดทางการเมือง ส่งผลคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และเพื่อไม่ให้เป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยตามประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย

นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 20 คนเชื่อว่า ในการประชุมวันนี้ (10 มี.ค.) ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 1 วันไว้ที่ 1.25% เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งนางสุตาภา อมรวิวัฒน์ รองประธานบริหาร ธนาคารทหารไทย ระบุว่า ธปท. ไม่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นางสุตาภา ชี้ว่า ธปท.จำเป็นต้องระมัดระวังในการคุมเข้มนโยบาย เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น โดยอาจจะต้องรอจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวมีความแข็งแกร่งขึ้น และรอให้สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย

ขณะที่นายแมทธิว เซอร์คอสตา นักเศรษฐศาสตร์จากมูดี้ส์ อิโคโนมิค ดอท คอม ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย มองว่า ธปท.มีความกังวลว่าการปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้น จะดึงดูดเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่ามากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคส่งออก
http://www.bangkokbiznews.com



www.namchiang.com



GT Wealth Management

www.gtwm.co.th

Broker Gold Futures

 


บันทึกการเข้า

 
พิมพ์  หน้า 1 ขึ้นบน
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป: